แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 42
1
ประกาศขายฟรี / มือถือ Iphone แอปเปิล APPLE-iPhone 11 Pro Max (4GB/512GB)
« เมื่อ: วันที่ 2 เมษายน 2025, 23:01:38 น. »
มือถือ Iphone แอปเปิล APPLE-iPhone 11 Pro Max (4GB/512GB)
52,900 บาท

แอปเปิล APPLE-iPhone 11 Pro Max (4GB/512GB)
iPhone 11 Pro Max สมาร์ทโฟนตระกูลใหม่ในระดับโปรที่มาพร้อมประสิทธิภาพอันล้ำหน้า มาพร้อมจอภาพ Super Retina XDR ใหม่ ชิพ A13 Bionic แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น พร้อมระบบ 3 กล้องใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานกล้องระดับโปร

รายละเอียดเบื้องต้น
   ยี่ห้อ-รุ่น                แอปเปิล APPLE-iPhone 11 Pro Max (4GB/512GB)
   ราคากลาง             52,900 บาท
   จำนวนซิม              2 ซิม (Nano Sim)
   แบบดีไซน์            จอสัมผัส
   สี                      Gold, Gray(Space Gray), Silver, Green(Midnight Green)
   ความถี่-เครือข่าย
2G(GSM 850 / 900 / 1800 / 1900)
3G(HSDPA 850 / 900 / 1700(AWS) / 1900 / 2100)
4G(LTE)

   ขนาด-น้ำหนัก                   ยาว 158 x กว้าง 77.8 x หนา 8.1 มม., น้ำหนัก 226 กรัม
   ความจุข้อมูลภายใน (ROM)   512 GB
   ความจุข้อมูลภายนอกสูงสุด       -
   แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ           ความจุแบตเตอรี่ 3,500 mAh

จอแสดงผล
   ชนิดจอ                  จอสัมผัส (Super Retina XDR)
   ความละเอียด             6.5 นิ้ว, 458 ppi, 2,688 x 1,242 px
   รายละเอียดอื่น
หน้าจอ จอภาพ Super Retina XDR จอภาพ Multi?Touch แบบ OLED ทั้งหน้าจอ ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2,688 x 1,242 พิกเซล ที่ 458 ppi ความสว่างสูงสุด 800 นิต (ทั่วไป) และความสว่างสูงสุด 1,200 นิต (HDR)
หน่วยประมวลผล CPU A13 Bionic Neural Engine รุ่นที่ 3
หน่วยความจำ RAM 4 GB
หน่วยความจำ ROM 64 GB / 128 GB / 256 GB
กล้องหลัง 3 เลนส์ ประกอบด้วย เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12MP (f/2.4) + เลนส์ Wide ความละเอียด 12MP (f/1.8) + เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12MP (f/2.0)
กล้องหน้า TOF 3D Camera ความละเอียด 12MP (f/2.2)
รองรับซิมคู่ (Nano-SIM และ eSIM) ไม่รองรับการ์ด Micro-SIM
แบตเตอรี่ 3,500 mAh
รองรับชาร์จเร็วด้วยอะแดปเตอร์ขนาด 18W แบบ USB-C หรือสูงกว่า (ขายแยก)
รองรับชาร์จแบบไร้สาย (ใช้ร่วมกับเครื่องชาร์จ Qi)
รองรับการเชื่อมต่อแบบ Lightning
ระบบปฎิบัติการ iOS 13

กล้องถ่ายรูป
   ขนาด-ความละเอียด                    กล้องหลัง (12 Mpx), กล้องหน้า (12 Mpx)
   ความละเอียดของภาพภ่ายสูงสุด
   คุณสมบัติ                                Auto Focus, Flash

ระบบปฏิบัติการ
   หน่วยประมวลผล (CPU)              Apple A13 Bionic, Hexa-core (2x2.65 GHz Lightning + 4x1.8 GHz Thunder)
   หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)      Apple GPU (4-core graphics)
   หน่วยความจำ (RAM)                  4.0 GB
   ระบบเชื่อมต่อภายนอก               USB(2.0), Bluetooth(5.0), NFC, Wi-Fi(802.11 a/b/g/n/ac/ax), Bluetooth Low Energy (BLE), WiFi Direct, Miracast, A2DP
   ระบบรับส่งข้อความ                   SMS, MMS, EMAIL, PUSH MAIL
   การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต              3G, GPRS, EDGE, WiFi, 4G
   ระบบ GPS                            A-GPS, GLONASS, GALILEO, QZSS

2
การเลือกแปรงสีฟันสำหรับลูกน้อย จัดฟันเด็ก ควรเลือกอย่างไร

การเลือกแปรงสีฟันสำหรับลูกน้อยที่กำลังจัดฟันนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ทำอันตรายต่อเครื่องมือจัดฟัน ควรพิจารณาปัจจัยดังนี้:

1. ขนแปรง:

ขนนุ่มพิเศษ (Extra-soft): ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มพิเศษ เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปาก เนื่องจากเด็กที่จัดฟันมักมีอาการเจ็บเหงือกได้ง่าย
ปลายมน: ขนแปรงควรมีปลายมน เพื่อลดการเสียดสีและป้องกันการทำร้ายเหงือก
ขนแปรงเรียงเป็นแนวตรง: แปรงสีฟันที่ออกแบบมาสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะจะมีขนแปรงเรียงเป็นแนวตรง และมีความยาวของขนแปรงที่ไม่เท่ากัน เพื่อให้สามารถทำความสะอาดรอบๆ เครื่องมือจัดฟันได้อย่างทั่วถึง


2. หัวแปรง:

ขนาดเล็ก: หัวแปรงควรมีขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถเข้าถึงซอกมุมต่างๆ ในช่องปากได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ เครื่องมือจัดฟัน
รูปทรงเรียว: หัวแปรงควรมีรูปทรงเรียว เพื่อให้สามารถทำความสะอาดฟันด้านในได้สะดวก


3. ด้ามแปรง:

ด้ามจับถนัดมือ: ด้ามแปรงควรมีขนาดและรูปทรงที่เด็กสามารถจับได้ถนัดมือ เพื่อให้ควบคุมการแปรงฟันได้ง่ายขึ้น


4. แปรงสีฟันไฟฟ้า:

แปรงสีฟันไฟฟ้าสามารถช่วยทำความสะอาดฟันได้ดีกว่าแปรงสีฟันทั่วไป แต่ควรเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีหัวแปรงขนาดเล็กและขนแปรงนุ่มพิเศษ
หากใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ควรให้เด็กใช้ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กแปรงฟันอย่างถูกวิธี


5. แปรงซอกฟัน:

แปรงซอกฟันเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับคนจัดฟัน ช่วยทำความสะอาดบริเวณซอกฟันและรอบๆ เครื่องมือจัดฟันที่แปรงสีฟันทั่วไปเข้าไม่ถึง
ควรเลือกแปรงซอกฟันที่มีขนาดเหมาะสมกับช่องว่างระหว่างฟันและเครื่องมือจัดฟัน


คำแนะนำเพิ่มเติม:

ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน หรือเมื่อขนแปรงเริ่มบาน
ให้เด็กแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือหลังอาหารทุกมื้อ
ควรให้เด็กใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน
ควรพาลูกน้อยไปพบทันตแพทย์จัดฟันตามนัดหมาย เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและปรับเครื่องมือจัดฟัน

การเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะสมและการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การจัดฟันของลูกน้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของปัญหาช่องปากต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

3
ปล่อยผู้บริหาร MERCEDESBENZ CLS-CLASS CLS53 AMG 4MATIC+ FACELIFT ปี 2022

เมอร์เซเดส-เบนซ์ Mercedes-benz-AMG CLS 53 4MATIC+-ปี 2019
Mercedes-AMG CLS 53MATIC+ รุ่นประกอบในไทย ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยกระจังหน้า แบบแผงบังคับลมคู่สีเงินชุบโครเมี่ยม วัสดุเก็บขอบด้านข้างแบบพิเศษ กระโปรงหลังรูปแบบใหม่ล่าสุดที่สอดรับกับปลายท่อไอเสียทรงกลมทำให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ท่อไอเสียแบบ AMG Sport exhaust System, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ 20" ตกแต่งด้วยสีดำพร้อมเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ Multibeam LED with ULTRA RANGE Highbeam หลอดไฟ LED 84 หลอดต่อข้าง ระบบไฟส่องสว่างขณะขับผ่านสี่แยก ระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้าย และสามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร รวมถึงหลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายใน จอแสดงผลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ทำงานร่วมกับ MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller ปรับแต่งการแสดงผลของแผงหน้าปัดได้ 3 รูปแบบได้แก่ “Classic” “Sport” และ “Progressive” ห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system

ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, ระบบ PRE-SAFE®Plus และระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) นอกจากนี้ เทคโนโลยีเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ แบบแปรผัน ระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 21 มี.ค. - 31 มี.ค. 2568
รับประกันหากชนหนักน้ำท่วมรับซื้อคืน
รับประกันเครื่องยนต์,เกียร์สูงสุด 2 ปี,เลขไมล์แท้

ราคาพิเศษ 3,499,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                    Mercedes-benz
   รุ่น                         เมอร์เซเดส-เบนซ์ Mercedes-benz-AMG CLS 53 4MATIC+-ปี 2019
   ประเภทรถ                รถเก๋ง 4 ประตู
   ปีที่เปิดตัว                 2019


4
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


5
ประกาศขายฟรี / บ้านติดรถไฟฟ้า วีเว่ พระราม 9 (VIVE Rama 9)
« เมื่อ: วันที่ 31 มีนาคม 2025, 18:58:19 น. »
บ้านติดรถไฟฟ้า วีเว่ พระราม 9 (VIVE Rama 9)
เริ่มต้น 30 ลบ. - 45 ลบ. 

วีเว่ พระราม 9 (VIVE Rama 9)
บ้าน 3 ชั้น ดีไซน์ใหม่ ในสไตล์ "Modern Japanese" สะท้อนรสนิยมการใช้ชีวิต…ที่ไม่ซ้ำใคร ด้วย Identity Living Concept 3 ห้องนอน 3 Lifestyles ที่ออกแบบมารองรับทุกอารมณ์และความรู้สึก

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ          วีเว่ พระราม 9 (VIVE Rama 9)
 เจ้าของโครงการ     แลนด์แอนด์เฮ้าส์
 แบรนด์ย่อย           วีเว่
 ราคา                  เริ่มต้น 30 ลบ. - 45 ลบ.

 ประเภทบ้าน        บ้านเดี่ยว
 ลักษณะทำเล      บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ      25 ไร่
 จำนวนบ้าน         75 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด  1 แบบ
  เนื้อที่บ้าน         ตั้งแต่ 68 ตร.ว.
 พื้นที่ใช้สอย       ตั้งแต่ 324 ตร.ม.
 จำนวนชั้น          3 ชั้น
 หน้ากว้าง         โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน  3 ห้อง
 จำนวนที่จอดรถ โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค   สวนสาธารณะ, คลับเฮาส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, รปภ., CCTV, Keycard System

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน     รามคำแหง, บางกะปิ, เสรีไท
 ที่ตั้ง     เลขที่ 38 ถนนกรุงเทพกรีฑา ทับช้าง, เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10250

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเหลือง, สถานี(ลาดพร้าว - สำโรง)(ศรีกรีฑา)
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าAirport Rail Link, สถานี(สถานีปัจจุบัน)(หัวหมาก)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
เซ็นทรัล พลาซ่า แกรนด์ พระราม 9
โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์

6
วัดห้วยจระเข้เชิญชวนใส่ชุดแม่ชี ฝึกปฏิบัติพัฒนาสตินำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

วัดห้วยจระเข้ตั้งอยู่ในชนบทอันเงียบสงบของจังหวัดนครปฐมเป็นจุดหมายปลายทางในอุดมคติสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบทางจิตวิญญาณและการตรัสรู้ผ่านการปฏิบัติธรรมใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดห้วยจระเข้เป็นวัดเก่าแก่มีความสวยงามและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเปิดให้เข้าชมทุกวัน วัดอันเงียบสงบแห่งนี้ซึ่งห่างไกลจากความวุ่นวายของชีวิตในเมือง

ให้สภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำสมาธิ การมีสติ และการไตร่ตรองทางจิตวิญญาณ วัดห้วยจระเข้รายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและทิวทัศน์ธรรมชาติอันเงียบสงบ สะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่ายและความงามของสถาปัตยกรรมไทยพุทธ พื้นที่วัดกว้างขวาง มีพื้นที่เปิดโล่งสำหรับเดินจงกรม มีต้นไม้ร่มรื่นสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และบรรยากาศสงบเงียบที่ชวนให้ใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสต่างมารวมตัวกันที่นี่เพื่อเรียนรู้และปฏิบัติธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความสงบภายในและการเติบโตทางจิตวิญญาณ

การปฏิบัติธรรม
วัดห้วยจระเข้เน้นการปฏิบัติธรรมผ่านการทำสมาธิ สวดมนต์ และสั่งสอน ผู้เยี่ยมชมจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมการทำสมาธิทั้งนั่งและเดินเพื่อพัฒนาสติและสมาธิ นอกจากนี้ วัดยังเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติได้ฟังพระธรรมเทศนาจากพระภิกษุผู้มีประสบการณ์ ซึ่งจะชี้แนะผู้ปฏิบัติให้เข้าใจหลักสำคัญของพระพุทธศาสนา เช่น อริยสัจสี่และมรรคมีองค์ 8

กิจวัตรประจำวันของวัดประกอบด้วยการทำสมาธิ สวดมนต์ และทำบุญประจำวัน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมมีระเบียบวินัย มีสติ และเมตตากรุณา สภาพแวดล้อมอันเงียบสงบของวัดห้วยจรเข้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับคำสอนเหล่านี้และนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพ
วัดห้วยจระเข้มีที่พักพื้นฐานแต่สะดวกสบายสำหรับผู้ที่ต้องการพักและเข้าร่วมการปฏิบัติธรรมเป็นเวลานาน ผู้เยี่ยมชมได้รับการสนับสนุนให้ใช้ชีวิตเรียบง่ายระหว่างที่เข้าพัก ซึ่งรวมถึงการสวมเสื้อผ้าสุภาพ ปฏิบัติตามตารางประจำวัน และรักษาความเงียบสงบเพื่อฝึกฝนการปฏิบัติธรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

วัดแห่งนี้ยังเปิดรับผู้มาเยี่ยมชมในเวลากลางวัน ซึ่งสามารถเข้าร่วมการนั่งสมาธิในตอนเช้าหรือตอนเย็นได้ พระสงฆ์เข้าถึงได้ง่ายและพร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม ทำให้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ยินดีต้อนรับทั้งผู้ที่เพิ่งเริ่มปฏิบัติธรรมและผู้ปฏิบัติธรรมที่มากประสบการณ์

การพักผ่อนทางจิตวิญญาณสำหรับทุกคน
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนในพื้นที่หรือเป็นนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนทางจิตวิญญาณ วัดห้วยจระเข้เป็นโอกาสพิเศษที่จะได้สัมผัสกับคำสอนอันเป็นอมตะของพระพุทธศาสนา บรรยากาศอันเงียบสงบผสมผสานกับการปฏิบัติธรรมอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ผู้มาเยี่ยมชมได้ผ่อนคลาย ทบทวน และปลูกฝังความสงบภายใน

การไปเยี่ยมชมวัดห้วยจรเข้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสในการปฏิบัติธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสกับความงามของชนบทนครปฐมที่มีทุ่งนา ป่าไม้ และเสน่ห์ชนบทแบบดั้งเดิมอีกด้วย วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการผสมผสานการพักผ่อนทางจิตวิญญาณเข้ากับการหลบหนีอันเงียบสงบสู่ธรรมชาติ

วัดห้วยจระเข้จังหวัดนครปฐม เป็นสถานที่อันทรงคุณค่าสำหรับผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรมและต้องการเข้าใจพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง วัดแห่งนี้มีบรรยากาศเงียบสงบ ชุมชนที่เป็นมิตร และการปฏิบัติธรรมแบบมีโครงสร้าง ทำให้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเติบโตทางจิตวิญญาณและการค้นพบตนเอง ไม่ว่าคุณจะมาเยี่ยมชมวัดแห่งนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือหลายวัน เวลาที่คุณอยู่ที่วัดห้วยจรเข้จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและมีแรงบันดาลใจอย่างแน่นอน

7
บริการทำความสะอาด: กำจัดรอยสนิมห้องน้ำง่าย ด้วย 5 สูตรที่หาทำได้ในครัวเรือน!

ถึงแม้ว่าห้องน้ำจะเป็นสถานที่ที่ใช้ในการชำระล้างร่างกายและขับถ่าย แต่หากไม่ดูแลรักษาให้ดี ก็อาจจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ ด้วยเหตุผลนี้คุณแม่บ้านพ่อบ้านหลาย ๆ คนจึงให้ความใส่ใจในการล้างห้องน้ำเป็นพิเศษ แต่ก็มักจะพบกับปัญหาคราบที่ยากจะเอาชนะ โดยเฉพาะคราบสนิมที่ชอบเกิดและฝังรอยแน่นตามสุขภัณฑ์และพื้นผิวในห้องน้ำ ซึ่งนอกจากการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ ฉลากเขียวที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังมีตัวเลือกในครัวเรือนอีกมากมายที่สามารถช่วยกำจัดคราบสนิมออกไปได้ ในบทความนี้เราจึงมีวิธีล้างสนิมจากวัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายมาแนะนำ รับรองเลยว่าจะช่วยให้ห้องน้ำของคุณกลับมาสะอาดเหมือนได้ห้องใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน


รู้ทัน ‘คราบสนิมในห้องน้ำ’ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

คราบสนิมในห้องน้ำ เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างเหล็กกับน้ำและออกซิเจน โดยเหล็กจะสูญเสียอิเล็กตรอนและเกิดออกไซด์ของเหล็กขึ้น ทำให้มีลักษณะเป็นคราบสีแดงหรือน้ำตาล มักพบบนพื้นผิวของวัสดุที่เป็นเหล็ก เช่น สุขภัณฑ์ อ่างอาบน้ำ ฝักบัว สายฉีดชำระ โดยมีปัจจัยที่ทำให้เกิดคราบสนิมในห้องน้ำ ได้แก่

    น้ำประปาที่มีธาตุเหล็กสูง จะทำให้มีตะกอนเหล็กปะปนอยู่ในน้ำและเมื่อน้ำระเหยไป ตะกอนเหล็กจะตกตะกอนทับถมอยู่บนพื้นผิวโลหะต่าง ๆ จนเกิดเป็นคราบสนิม
    อากาศที่มีความชื้น เนื่องจากห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ซึ่งอาจทำให้โลหะเกิดการผุกร่อนและเกิดสนิมได้
    การทำความสะอาดห้องน้ำที่ไม่ถูกต้อง เช่น ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างสูง จะทำให้พื้นผิวโลหะเกิดความเสียหายจนเกิดสนิมได้

สูตรเกลือและน้ำมะนาว ขัดสนิม ขจัดความฝืด

เป็นสูตรที่ใครได้เห็นก็คงนึกว่ากำลังปรุงอาหารอยู่ แต่แท้จริงแล้วเกลือและน้ำมะนาวสามารถนำมาใช้ทำความสะอาดร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากทั้งเกลือและน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ จึงช่วยขจัดคราบสนิมได้เป็นอย่างดี โดยวิธีทำก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่นำเกลือและน้ำมะนาวมาผสมกันในอัตราส่วน 1:1 แล้วทาทิ้งไว้ในบริเวณที่มีคราบสนิม หรือจะนำเกลือมาทาบริเวณคราบสนิมก่อนแล้วค่อยบีบน้ำมะนาวตามไปก็ได้เช่นกัน ก่อนจะปล่อยทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นให้ใช้แปรงขัดถูบริเวณที่มีคราบสนิมจนออกหมดแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยสามารถใช้ผลไม้หรือพืชผักชนิดอื่นที่มีกรดคล้ายกันมาใช้ได้เช่นกัน


สูตรเบกกิงโซดา บอกลาทุกคราบสนิม

หลายคนคงเคยได้ยินถึงสรรพคุณในการทำความสะอาดและกำจัดคราบของเบกกิงโซดามาบ้างแล้ว ด้วยฤทธิ์ด่างอ่อน ๆ จึงช่วยขจัดคราบสกปรกได้ดี โดยวิธีล้างสนิมด้วยเบกกิงโซดาก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายเพียงผสมเบกกิงโซดากับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:1 จนกลายเป็นเนื้อเข้มข้น แล้วนำมาทาลงบนบริเวณที่มีคราบสนิม จากนั้นทิ้งไว้สักระยะประมาณ 15 นาที จึงค่อยใช้แปรงขัดถูเบา ๆ จนกว่าคราบสนิมจะหลุดหายไป


สูตรน้ำส้มสายชู จะอยู่กี่ยุคก็เอาสนิมออกหมด

เชื่อว่าน้ำส้มสายชูคงเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่หาง่ายที่สุดในหลายครัวเรือน โดยสามารถนำมาขจัดคราบสนิมบนอุปกรณ์ที่ถอดออกมาทำความสะอาดได้ เช่น ฝักบัว สายฉีดชำระ ด้วยการโรยเกลือแล้วนำไปแช่ในน้ำส้มสายชู จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง จนกว่าคราบจะเริ่มหลุดลอก แต่หากมีร่องรอยสนิมเกาะติดแน่นก็อาจทิ้งไว้ 1 คืนแล้วค่อยเริ่มทำความสะอาด


สูตรครีมออฟทาร์ทาร์และน้ำส้มสายชู ล้างสนิมทุกที่ได้หมดจด

รู้หรือไม่ว่าวัตถุดิบทำขนมอย่างครีมออฟทาร์ทาร์ก็นำมาทำความสะอาดล้างคราบจากสนิมได้เช่นกัน โดยสามารถนำไปใช้คู่กับน้ำส้มสายชูเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการกำจัดคราบสนิม ด้วยการผสมครีมออฟทาร์ทาร์กับน้ำส้มสายชู ในอัตราส่วน 1:1 เพื่อนำไปป้ายบนคราบสนิม แล้วทิ้งเวลาไว้สักพัก จากนั้นจึงค่อย ๆ ถูคราบออกด้วยฟองน้ำ แค่นี้สนิมก็หลุดลอกออกได้อย่างง่ายดายแล้ว


สูตรมันฝรั่งกับน้ำสบู่ ถูคราบสนิมหายเกลี้ยง

ใครจะเชื่อว่าพืชผักสวนครัวแสนอร่อยอย่างมันฝรั่งจะเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่สามารถนำมาขจัดคราบสนิมได้เช่นกัน เนื่องจากในมันฝรั่งมีกรดออกซาลิก (Oxalic Acid) ซึ่งเป็นหนึ่งส่วนผสมของน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป จึงมั่นใจได้ในสรรพคุณการทำความสะอาด โดยวิธีล้างสนิมก็ทำได้ง่าย เพียงหั่นมันฝรั่งออกเป็น 2 ส่วนแล้วนำด้านที่เป็นเนื้อในไปจุ่มแช่ไว้ในน้ำสบู่ แล้วนำมาขัดถูเพื่อกำจัดคราบสนิม และหากอยากเพิ่มประสิทธิภาพในการขัด ก็สามารถโรยเบกกิงโซดาเพิ่มเข้าไปได้อีกด้วย

8
ปล่อยรถราคาพิเศษ MITSUBISHI XPANDER 1.5 GT ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

มิตซูบิชิ Mitsubishi Xpander GT ปี 2018
All New Xpander รุ่น GT นิยามใหม่ของ Crossover ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยถ่ายทอดความแข็งแกร่งและแรงบันดาลใจเพื่อสร้างเซกเมนต์ใหม่ ด้วยการผสานสมรรถนะอันแข็งแกร่งแบบรถ Crossover เข้ากับความอเนกประสงค์ในการใช้งานที่หลากหลาย และจากการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนารถอเนกประสงค์ Xpander มีความสูงจากพื้นมากกว่ารถยนต์ในกลุ่มเดียวกันที่ 205 มม. (ในรุ่น GT) ด้านดีไซน์ล้ำสมัยด้วยเอกลักษณ์การออกแบบ Advanced 'Dynamic Shield' ไฟหรี่เป็น Crystal LED ไฟหน้าเป็นมัลติรีเฟลกเตอร์แบบฮาโลเจน

All New Xpander รุ่น GT มีความกว้างสบายจากห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ สามารถปรับเบาะที่นั่งได้อย่างอเนกประสงค์ รองรับการใช้งานได้อย่างดี เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งกุญแจอัจฉริยะ, แผงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, หน้าจอแสดงผลข้อมูลขนาด 4.2 นิ้ว

All New Xpander รุ่น GT ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์อลูมินัมอัลลอยเบนซิน รหัส 4A91 ขนาด 1.5 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ให้กำลัง 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อ Xpander

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 21 มี.ค. - 31 มี.ค. 2568
ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.29%, ยอดจัดไม่เกิน 7 แสน,ผ่อนสูงสุด 84 เดือน
ค่าดำเนินการแคมเปญ 20,000 บาท (รวมในยอดจัดได้)

ราคาพิเศษ 584,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                 Mitsubishi
   รุ่น                      มิตซูบิชิ Mitsubishi Xpander GT ปี 2018
   ประเภทรถ             รถอเนกประสงค์ MPV
   ปีที่เปิดตัว             2018



9
จัดฟันบางนา: อายุที่เหมาะสม ในการจัดฟันแบบใส invisalign !

การจัดฟันแบบใส ถือเป็นการจัดฟันรูปแบบที่ใช้นวัตกรรมรูปแบบใหม่ของอเมริกา และเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน การจัดฟันแบบใส invisalign เป็นการจัดฟันที่ออกแบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบ 3D ที่มองเห็นการเคลื่อนตัวของฟันไปในตำแหน่งที่ต้องการ ให้อยู่ในช่วงเวลาที่ทันตแพทย์ได้กำหนดไว้ ผู้เข้ารับการรักษาจะสามารถมองเห็นการเคลื่อนตัวของฟันและการวางแผนได้ก่อนเข้ารับการรักษา

การจัดฟันแบบใส invisalign สามารถเข้ารับการจัดฟันได้ทุกช่วงอายุ ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ที่มีฟันกรามครบสมบูรณ์แล้ว นอกจากนี้ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส ต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี สำหรับการจัดฟันแบบใส invisalign จะรู้สึกระคายเคืองในช่วง 2-3 วันแรกหลังจากทำการจัดฟัน และอาการระคายเคืองจะหายไปเอง เมื่อฟันเข้าที่ดีแล้ว

หากสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส invisalign ทางคลีนิคเรามีทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดฟัน สามารถให้คำปรึกษาและคำแนะนำเรื่องการจัดฟันแบบใส invisalign ได้ฟรี กับทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดฟัน มีประสบการณ์อย่างยาวนาน และที่สำคัญได้รับการรับรองจากอเมริกาให้ทำการจัดฟันแบบใส invisalignได้ รวมไปถึงการบริการที่ประทับใจจากคลีนิคด้วย

ข้อดี ในการจัดฟันแบบใส invisalign

การจัดฟันนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ว่าจะจัดฟันในรูปแบบใดก็มักจะมีข้อจำกัดในการรักษาเสมอ การจัดฟันแบบใส invisalign ก็เช่นเดียวกัน แต่ข้อดีก็มีเยอะ เพราะการจัดฟันแบบใส invisalign ในปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก เพราะสามารถถอดเครื่องมือออกได้ สามารถรับประทานอาหาร พูดคุย เข้าสังคมได้เป็นปกติ โดยไม่มีอุปสรรคใดๆ อีกทั้งยังสามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย โดยไม่ต้องคำนึงว่าเครื่องมือจะหลุด หรือจะให้เกิดการระคายเคืองในช่องปากอีกด้วย

นอกจากนี้ การจัดฟันแบบใส invisalign ยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพฟันที่ทำให้ฟันบีบตัวหรือขยายออกจากกันอีกด้วย ให้ความสะดวกสบายกว่าการจัดฟันแบบใส่เหล็กจัดฟัน เพราะเครื่องมือถูกออกแบบมาไม่ให้บาดเหงือก ทำให้รู้สึกมั่นใจ เวลาพูดคุย หรือยิ้ม เพราะเครื่องมือเป้นแบบใส ซึ่งจะมองเห็นได้ยาก ไม่ก่อให้เกิดปัญหาเหงือกร่น และรากฟันละลายอีกด้วย และมีความเจ็บปวดที่น้อยกว่าการจัดฟันแบบอื่น

ทั้งนี้ทางคลีนิคเรามีทีมทันตแพทย์ที่จะออกแบบและวางแผนการรักษาด้วยดปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะออกแบบมาเฉพาะบุคคล ทันตแพทย์มีความเชี่ยวชาญและได้รับการรองรับ มีประสบการณ์ในการจัดฟันแบบใส invisalign จึงทำให้มั่นใจได้ว่า ผลการรักษาจะประสบความสำเร็จ 100 % ซึ่งหากจะเข้ารับการจัดฟันแบบใส ทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่ของทางคลีนิคเราให้คำปรึกษาและคำแนะนำได้อย่างเต็มที่

10
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/



11
ขายอาหารไทยแบบโฮมเมด เป็นอาชีพเสริมด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมาก คู่มือง่ายๆในการเริ่มต้นจากที่บ้าน

อาหารไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกด้วยรสชาติที่เข้มข้น วัตถุดิบสดใหม่และเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม หากคุณชื่นชอบการทำอาหารและต้องการเริ่มต้นธุรกิจอาหารขนาดเล็ก การขายอาหารไทยแบบโฮมเมดอาจเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างรายได้พร้อมกับแบ่งปันอาหารจานอร่อยกับผู้อื่น การขายอาหารไทยทำเองที่บ้านเป็นธุรกิจที่น่าสนใจและสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมาก

ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนและเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจนี้ได้อย่างราบรื่น นี่คือคำแนะนำง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเริ่มขายอาหารไทยจากที่บ้าน

1. เลือกเมนูเด็ดของคุณ
เริ่มต้นด้วยการเลือกอาหารไทยที่ปรุงง่าย เป็นที่นิยม และประหยัดค่าใช้จ่าย ตัวเลือกที่ดีบางส่วนได้แก่:
ผัดไทย – ผัดหมี่กับซอสมะขาม กุ้ง หรือเต้าหู้
แกงเขียวหวาน – แกงที่มีรสชาติจัดจ้านด้วยกะทิ ไก่ หรือผัก
ส้มตำ – ยำรสแซ่บสดชื่นที่ทำจากมะละกอดิบ
ไก่กะเพรา – ผัดกะเพราไก่ เมนูง่ายๆ แสนอร่อย
ข้าวเหนียวมะม่วง – ขนมหวานเนื้อครีมที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชอบ

2. แหล่งที่มาของวัตถุดิบสดใหม่
อาหารไทยขึ้นชื่อในเรื่องวัตถุดิบที่สดและมีกลิ่นหอม ใช้สมุนไพรและเครื่องเทศคุณภาพสูง เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกไทย และกะทิสด เพื่อให้เมนูของคุณมีรสชาติที่แท้จริงและอร่อย

3. จัดห้องครัวที่บ้านของคุณ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าห้องครัวของคุณสะอาด เป็นระเบียบ และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร หากจำเป็น โปรดตรวจสอบกฎระเบียบในท้องถิ่นของคุณสำหรับการขายอาหารทำเอง คุณอาจต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรองความปลอดภัยด้านอาหาร

4. บรรจุภัณฑ์และการนำเสนอ
บรรจุภัณฑ์ที่ดีสามารถทำให้อาหารของคุณน่ารับประทานมากขึ้นและยังคงความสดใหม่ พิจารณาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อดึงดูดลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบรนด์ ฉลาก และเมนูของคุณดูเป็นมืออาชีพและน่าดึงดูด

5. การตลาดและการขายอาหารของคุณ
การขายอาหารไทยแบบโฮมเมดมีหลายวิธี:
การสั่งซื้อออนไลน์:ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram หรือ TikTok เพื่อแสดงอาหารจานต่างๆ ของคุณและรับคำสั่งซื้อ
แอปส่งอาหาร:ร่วมมือกับบริการส่งอาหารในพื้นที่หรือแอปเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
ตลาดและกิจกรรมในท้องถิ่น:ขายอาหารของคุณในตลาดนัดของเกษตรกร งานแสดงอาหารหรือเทศกาลในท้องถิ่น
การจัดส่งโดยตรงหรือรับอาหารเอง:นำเสนอระบบสั่งอาหารล่วงหน้าโดยลูกค้าสามารถรับอาหารเองหรือให้จัดส่งให้ได้

6. เสนอโปรโมชั่นและสร้างความภักดีของลูกค้า
ดึงดูดลูกค้าด้วยโปรโมชั่นพิเศษ เช่น ส่วนลดสำหรับผู้ซื้อครั้งแรก โบนัสจากการแนะนำ หรือชุดอาหาร กระตุ้นลูกค้าขาประจำด้วยโปรแกรมความภักดีและบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยม

7. รับรองความปลอดภัยและสุขอนามัยของอาหาร
รักษาความสะอาดให้อยู่ในมาตรฐานสูงเมื่อเตรียมอาหาร สวมถุงมือเสมอ เก็บส่วนผสมให้ถูกต้อง และทำความสะอาดห้องครัวให้ถูกสุขอนามัย การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยของอาหารจะช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า

8. ขยายธุรกิจของคุณ
เมื่อคุณมีฐานลูกค้าที่มั่นคงแล้ว ให้พิจารณาขยายธุรกิจของคุณโดยเสนอบริการจัดเลี้ยง สอนทำอาหาร หรือแม้กระทั่งขายผลิตภัณฑ์อาหารไทย เช่น พริกแกงโฮมเมดหรือซอสต่างๆ

การขายอาหารไทยแบบโฮมเมดเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเปลี่ยนทักษะการทำอาหารของคุณให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ ด้วยความมุ่งมั่น วัตถุดิบคุณภาพสูง และการตลาดที่ชาญฉลาด คุณสามารถสร้างธุรกิจอาหารที่ประสบความสำเร็จได้จากความสะดวกสบายในบ้านของคุณ

12
งานมอเตอร์โชว์ New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition รถสปอร์ตโรดสเตอร์ รุ่นลิมิเต็ด ฉลองครบรอบ 35 ปี ในราคา 3.069 ล้านบาท

มาสด้า แนะนำรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนเจ้าของตำนานความสนุกสนานในการขับขี่ New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี ของ MX-5 ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต มอบความสปอร์ตสไตล์คลาสสิก แฝงด้วยความสปอร์ตทุกรายละเอียด มาพร้อมความพิเศษกับสีภายนอก Artisan Red Premium เอกสิทธิ์เฉพาะมาสด้า ภายในตกแต่งด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan สะท้อนความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พร้อม Serial number บ่งบอกความพิเศษที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด วางราคาจำหน่าย 3,069,000 บาท และแคมเปญพิเศษช่วงเปิดตัว ฟรีประกันชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี หรือ Mazda Ultimate Service พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนพันธุ์แท้ชาวไทยจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้า MX-5 คือรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนหลังคาไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา เจ้าของตำนานความสนุกสนานในการขับขี่ แบรนด์ไอคอนของมาสด้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วโลก โดยมาสด้า MX-5 เจนเนอเรชั่นแรก เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2532 ในงาน Chicago Auto Show ด้วยการเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์น้ำหนักเบา ถือเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 เจนเนอเรชั่นที่สองก็ได้ถูกเปิดตัว สร้างชื่อเสียงกระหึ่มไปทั่วโลกจนได้รับการบันทึกลงในหนังสือ Guinness World Records ให้เป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบบสองที่นั่งที่ขายดีที่สุดในโลก ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 MX-5 เจนเนอเรชั่นที่สามก็ได้เปิดตัวขึ้น และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โรดสเตอร์ที่มาพร้อมหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกเพียง 13 วินาที จนกระทั่งในปี 2558 จนถึงปัจจุบัน MX-5 เจนเนอเรชั่นที่สี่ ได้มีการพลิกโฉมอีกครั้ง โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่เฉียบคมและพริ้วไหว ตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ทำให้ได้ภาพลักษณ์ที่มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวอย่างชัดเจน และยังคงสร้างกระแสความนิยมในกลุ่มแฟน ๆ อย่างไม่เสื่อมคลาย ทำให้การผลิตในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 1.2 ล้าน คันทั่วโลก

“การแนะนำ New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษครบรอบ 35 ปี ครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อม ๆ กับแฟนมาสด้าทั่วโลก นับตั้งแต่รถรุ่นนี้ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนครั้งแรก และยังคงเป็นรถในเจนเนอเรชั่นที่สี่ ที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์ยอดนิยมของมาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบที่พรีเมี่ยมสง่างาม ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีไดนามิกในการขับขี่ที่ดี พร้อมการควบคุมที่แม่นยำ มาพร้อมกับเครื่องยนต์วางหน้า และขับเคลื่อนล้อหลัง กระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบ 50:50 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ตามปรัชญา จินบะ-อิไต โดยผลิตจำนวนจำกัดเพื่อให้แฟน ๆ ทั่วโลก และนักสะสมชาวไทยได้ครอบครอง เชื่อว่ารถรุ่นนี้จะเป็นรถอีกโมเดลที่จะมาสร้างความสนุกสนานในการขับขี่ ทำให้แฟน ๆ สปอร์ตโรดสเตอร์ได้ภูมิใจที่ได้ครอบครองอย่างแน่นอน“ นายธีร์ กล่าว

Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี ได้รับการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์เพื่อถ่ายทอดความพิเศษในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น สีภายนอกพิเศษ Artisan Red Premium ที่ได้รับผสมผสานตามแนวทาง ทาคุมิ-นูริ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการพ่นสีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า โดยเน้นแสงเงาและความมีมิติ ช่วยเพิ่มความสวยงามของตัวถังภายนอกให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

พร้อมความพิเศษด้วยสัญญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พร้อม Serial Number ที่บริเวณด้านข้างตัวถัง บ่งบอกถึงความพิเศษที่มีจำนวนจำกัด รวมถึงหลังคาหลังคาแข็งที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สี Bright ที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมี่ยมและความพิเศษได้อย่างมีเอกลักษณ์

ภายในห้องโดยสารของ New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี มาพร้อมความสปอร์ตพรีเมี่ยมที่พิเศษแตกต่างจากรุ่นปกติ ด้วยเบาะหุ้มหนังสีพิเศษ Sports Tan พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition ที่บริเวณพนักพิงศีรษะ เบาะนั่ง และพรมปูพื้นห้องโดยสาร

มาพร้อมพวงมาลัย หัวเกียร์ และเบรกมือหุ้มหนังสีดำ พร้อมด้ายสีพิเศษ Sports Tan กรอบช่องแอร์ตกแต่งด้วยสีพิเศษ Artisan Red Premium แผงคอนโซลและแผงประตูหุ้มด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan มอบความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ด้วย Apple CarPlay® และ Mazda Connect ที่สามารถแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display ขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมมอบสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพงถึง 9 ตำแหน่ง

New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี ยังคงเอกลักษณ์ของมาสด้าด้านความสนุกสนานในการขับขี่ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตามหลักปรัชญา จินบะ-อิไต (Jinba-Ittai) ที่ถ่ายทอดความรู้สึกความเป็นหนึ่งอันเดียวกันระหว่างคนกับรถ มาพร้อมเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้สมรรถนะความแรงสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยมอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง ระบบสัญญาณเตือนกันขโมย และระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด นอกจากนั้น รถรุ่นนี้ยังมาพร้อม ระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense มากมายหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)
ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ แบบ Advance (Advanced Smart Brake Support)
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support- Rear Crossing)

New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition มาพร้อมสีภายนอก Artisan Red Premium โดยวางราคาจำหน่ายที่ 3,069,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ MX-5 ที่สนใจร่วมเป็นหนึ่งกับความภาคภูมิใจไปพร้อมกับแฟนมาสด้าทั่วโลกที่จะได้ครอบครองรถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นพิเศษนี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

รายการตกแต่งพิเศษใน New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี
1    พวงมาลัย หัวเกียร์ และเบรค มือหุ้มหนัง พร้อมด้ายสีพิเศษ Sports Tan
2    เบาะหนังหุ้มด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary
3    กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ (สีแดง อาร์ทิซาน เรด)
4    กรอบช่องแอร์ตกแต่งด้วยสีพิเศษ (สีแดง อาร์ทิซาน เรด)
5    แผงคอนโซล และแผงประตูหุ้มด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan
6    ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว สี Bright ใหม่
7    สัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พร้อม Serial Number
8    พรมปูพื้นห้องโดยสาร พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition
9    สีภายนอก สีพิเศษ Artisan Red Premium
10    หลังคา Hardtop

13
หมอออนไลน์: โรคลำไส้แปรปรวน (lrritable bowel syndrome/IBS)

โรคลำไส้แปรปรวน (lrritable bowel syndrome/IBS)* (กลุ่มอาการลำไส้ไวต่อสิ่งเร้า ไอบีเอส ก็เรียก) เป็นภาวะที่ลำไส้ทำหน้าที่ผิดปกติ โดยไม่มีพยาธิสภาพหรือความผิดปกติของโครงสร้างลำไส้ และโรคทางกายอื่นใด ก่อให้เกิดอาการปวดท้อง มีลมในท้องมาก ร่วมกับท้องเดินหรือท้องผูกแบบเรื้อรัง จัดว่าเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการท้องเดินเรื้อรัง ในกลุ่มประเทศตะวันตกพบโรคนี้ประมาณร้อยละ 10-20 ของคนทั่วไป ส่วนในบ้านเราจากการศึกษาเบื้องต้นพบประมาณร้อยละ 7 ของคนทั่วไป และพบประมาณร้อยละ 10-30 ของผู้ที่มีอาการท้องเดินเรื้อรังที่มาพบปรึกษาแพทย์

โรคนี้พบได้ในคนทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยสูงอายุ ส่วนใหญ่มักจะเริ่มมีอาการครั้งแรกตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป พบมากในช่วงอายุ 30-50 ปี และหลังอายุ 60 ปีจะพบน้อยลง พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 1.5-3 เท่า และพบว่าผู้ที่มีประวัติโรคลำไส้แปรปรวนในครอบครัวมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนปกติทั่วไปประมาณ 2-3 เท่า

โรคนี้แม้จะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นแรมปีหรือตลอดชีวิตก็ไม่มีภาวะแทรกซ้อน หรือกลายเป็นโรคร้ายแรงแต่อย่างใด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีสุขภาพแข็งแรงและทำงานได้เป็นปกติ

*แต่เดิมมีชื่อเรียกต่าง ๆ เช่น mucoid colitis, spastic colon, spastic bowel, irritable colon

สาเหตุ

โรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม สภาพจิตใจ การเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้ของผู้ป่วย (มีชนิดและจำนวนจุลินทรีย์ที่แตกต่างจากคนปกติ) ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาท ระบบฮอร์โมน และสารเคมีต่าง ๆ (เช่น พรอสตาแกลนดิน ซีโรโทนิน แบรดิไคนิน เป็นต้น) ที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของลำไส้ใหญ่ ทำให้ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่ผิดปกติไป กล่าวคือ ลำไส้ใหญ่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้น (ได้แก่ ความเครียด อาหารบางชนิด) มีการเคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติ (ทำให้ท้องเดิน) หรือช้ากว่าปกติ (ทำให้ท้องผูก) และมีการบีบตัวมากกว่าปกติ (ทำให้ปวดท้อง)

นอกจากนี้ยังพบว่า การติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ชักนำให้เกิดโรคนี้ได้ เรียกว่า โรคลำไส้แปรปรวนหลังติดเชื้อ (post-infectious IBS)


อาการ

มีลักษณะเฉพาะ คือ มีอาการปวดท้อง มีลมในท้อง ร่วมกับท้องเดิน ท้องผูก หรือท้องเดินสลับท้องผูก เป็น ๆ หาย ๆ เป็นแรมปี อาการเหล่านี้อาจเป็นต่อเนื่องทุกวัน หรือเป็นบางวันหรือบางช่วง ซึ่งนับรวม ๆ กันแล้วเป็นเวลามากกว่า 12 สัปดาห์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อาการจะมีลักษณะและความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละคน หรือแต่ละช่วงเวลา ส่วนน้อยที่จะมีอาการมากจนผู้ป่วยต้องไปปรึกษาแพทย์

อาการปวดท้องมีลักษณะไม่แน่นอน อาจปวดบิดเกร็งเป็นพัก ๆ ปวดตื้อ ๆ ปวดแปลบ ๆ หรือแน่นอึดอัด ไม่สบายท้อง ส่วนใหญ่จะปวดบริเวณท้องน้อยข้างซ้าย (บางรายอาจปวดทั่วท้อง) อาการจะทุเลาทันทีหลังถ่ายอุจจาระหรือผายลม

ผู้ป่วยมักมีลมในท้องมาก ท้องอืด เวลาถ่ายอุจจาระมักมีลมออกมาด้วย

ในรายที่มีอาการท้องเดินเป็นอาการเด่น จะมีอาการถ่ายเป็นน้ำหรือถ่ายเหลวบ่อย (มากกว่า 3 ครั้ง/วัน) โดยมักมีอาการปวดท้องอยากถ่ายทันทีหลังกินอาหาร โดยเฉพาะมื้อที่กินอาหารหลังปล่อยให้ท้องว่างมานาน (เช่น มื้อเช้า) กินอาหารมาก กินเร็ว ๆ หรือกินอาหารชนิดที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ผู้ป่วยจะปวดท้องถ่ายแบบกลั้นไม่อยู่ ต้องเข้าห้องน้ำทันที บางรายอาจมีอาการเหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุด อยากถ่ายบ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งถ่ายไปไม่นาน โดยทั่วไปมักถ่าย 1-3 ครั้งหลังอาหารบางมื้อ แล้วหายเป็นปกติ อาการไม่รุนแรง ไม่มีคลื่นไส้ อาเจียน ไม่มีภาวะขาดน้ำ และส่วนใหญ่หลังเข้านอนแล้วมักจะไม่ต้องลุกขึ้นมาถ่ายอุจจาระจนกระทั่งรุ่งเช้า

ในรายที่มีอาการท้องผูกเป็นอาการเด่น จะมีอาการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์ อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็งขนาดเล็ก ถ่ายลำบาก ต้องออกแรงเบ่ง และมีอาการปวดบิดในท้องร่วมด้วย

บางรายอาจมีอาการท้องเดินสลับท้องผูกเป็นช่วง ๆ

ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายมีมูกปนออกมากับอุจจาระ มูกนี้คือน้ำเมือก (mucus) ปกติที่เยื่อบุลำไส้หลั่งออกมาเพื่อให้ความชุ่มชื้น และปกป้องผิวลำไส้ ไม่มีกลิ่นเหม็น และไม่มีเลือดปน

บางรายอาจมีอาการปวดท้อง มีลมในท้อง โดยไม่มีอาการท้องเดินหรือท้องผูกร่วมด้วยก็ได้ คล้ายอาการอาหารไม่ย่อย หรือโรคกระเพาะอาหาร

ผู้ป่วยมักมีอาการกำเริบหรือรุนแรงขึ้นเนื่องจากสิ่งกระตุ้น ได้แก่

    ความเครียดทางจิตใจ วิตกกังวล ซึมเศร้า
    อาหารบางชนิด เช่น นมและผลิตภัณฑ์จากนม อาหารเผ็ดจัด มันจัด กะทิ ข้าวสาลี หัวหอม กระเทียม ถั่วต่าง ๆ ผลไม้ น้ำหวาน น้ำผึ้ง แอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ช็อกโกแลต แยม หมากฝรั่ง โคล่า น้ำโซดา น้ำอัดลม เป็นต้น
    อาหารมื้อหนัก (กินปริมาณมาก) หรือกินอาหารหลังปล่อยให้ท้องว่างมานาน หรือกินอาหารเร็ว ๆ
    ยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียงทำให้ท้องผูกหรือท้องเดิน
    ขณะมีประจำเดือน
    การติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้

นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีภาวะอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น โรคกังวลทั่วไป โรคซึมเศร้า อาหารไม่ย่อย ไมเกรน อาการปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดประจำเดือน ปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นต้น


ภาวะแทรกซ้อน

ไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง นอกจากทำให้เกิดความวิตกกังวล กลัวเป็นโรคมะเร็งหรือโรคร้ายแรง หรือมีภาวะซึมเศร้า

บางรายอาจเป็นมากจนมีผลกระทบต่อการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน

ในรายที่ถ่ายบ่อยหรือต้องเบ่งถ่ายมาก ๆ ก็อาจทำให้โรคริดสีดวงทวารกำเริบได้


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกายเป็นหลัก

การตรวจร่างกายมักไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน นอกจากอาจพบอาการท้องอืด มีลมในท้องมาก

ในรายที่สงสัยว่าอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งมักมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ถ่ายเป็นมูกหรือมูกปนเลือดเรื้อรัง ถ่ายเป็นเลือดสดหรือถ่ายดำ ซีด ดีซ่าน เป็นต้น แพทย์จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ ถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารและ/หรือลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคลำไส้แปรปรวน

มีอาการปวดท้อง หรือแน่นท้อง นับระยะเวลาโดยรวมแล้วอย่างน้อย 12 สัปดาห์จากช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่จำเป็นต้องมีอาการอย่างต่อเนื่องทุกวัน

อาการปวดท้องหรือแน่นท้อง มีลักษณะ 2 ใน 3 อย่างต่อไปนี้

    อาการทุเลาหลังถ่ายอุจจาระ หรือ
    เมื่อมีอาการเกิดขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงความถี่ (จำนวนครั้ง) ของการถ่ายอุจจาระ หรือ
    เมื่อมีอาการเกิดขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะอุจจาระ

หมายเหตุ
1. อาการต่อไปนี้ ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยโรคลำไส้แปรปรวน

    จำนวนครั้งของการถ่ายอุจจาระต่อวันผิดปกติ (มากกว่า 3 ครั้ง/วัน หรือน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์)
    ลักษณะอุจจาระผิดปกติ (เป็นก้อนแข็ง ถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายเหลว)
    มีอาการผิดปกติของการถ่ายอุจจาระ (ต้องเบ่งถ่าย ปวดท้องถ่ายทันทีจนกลั้นไม่อยู่ หรือรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำถ่ายอุจจาระบ่อย ๆ)
    ถ่ายเป็นมูกปนมากับอุจจาระ
    มีอาการท้องอืด มีลมในท้องมาก

2. อาการต่อไปนี้ ทำให้นึกถึงโรคนี้น้อยลง และควรหาสาเหตุอื่น

    ซีด
    เลือดออกในทางเดินอาหาร
    ไข้
    ท้องเดินอย่างต่อเนื่อง
    ท้องผูกรุนแรง
    น้ำหนักลด
    ปวดท้อง และถ่ายอุจจาระหลังนอนหลับตอนกลางคืน
    มีประวัติของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว
    เริ่มมีอาการครั้งแรกเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษาดังนี้

1. ถ้ามีอาการเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคลำไส้แปรปรวน จะซักถามประวัติอาการของผู้ป่วยอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีอาการกำเริบ (หากผู้ป่วยยังไม่ทราบชัดเจน แนะนำให้สังเกตและบันทึกไว้เมื่อมีอาการกำเริบใหม่) รวมทั้งให้คำแนะนำผู้ป่วยในการปฏิบัติตัว

สำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก แนะนำให้ผู้ป่วยกินอาหารที่มีกากใยให้มากขึ้น ถ้าไม่ได้ผลแพทย์จะให้กินสารเพิ่มกากใย

สำหรับผู้ที่มีอาการท้องเดิน แนะนำให้ผู้ป่วยลดการกินอาหารที่มีกากใย เพราะอาจทำให้ถ่ายท้องมากขึ้น

2. ถ้ายังไม่ได้ผล หรือมีอาการมากจนมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แพทย์จะให้ยาบรรเทาตามอาการเป็นครั้งคราว เช่น ให้ไฮออสซีน (ซึ่งเป็นยาต้านการบีบเกร็ง) สำหรับอาการปวดบิดท้อง, โลเพอราไมด์ (ซึ่งเป็นยาระงับการถ่าย) สำหรับอาการท้องเดิน, ยาระบาย (เช่น เซนนา, ไบซาโคดิล) สำหรับอาการท้องผูก, ยาทางจิตประสาท สำหรับอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือนอนไม่หลับ เป็นต้น

หากให้ยาขั้นพื้นฐานบรรเทาอาการไม่ได้ผล หรือมีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาชนิดใหม่ เช่น Alosetron (สำหรับผู้หญิงที่มีอาการท้องเดินเรื้อรัง), Ramosetron (สำหรับผู้ชายที่มีอาการท้องเดินเรื้อรัง), Lubiprostone (สำหรับผู้หญิงที่มีอาการท้องผูกเรื้อรัง) เป็นต้น

3. ถ้ามีอาการปวดท้องรุนแรง มีอาการอ่อนเพลียหรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ่ายเป็นมูกปนเลือดเรื้อรัง ถ่ายเป็นเลือดสด หรือถ่ายดำ ซีด มีไข้ ท้องเดินอย่างต่อเนื่องทุกวันนานเกิน 1 สัปดาห์ ท้องผูกรุนแรง ลุกขึ้นถ่ายหลังนอนหลับตอนกลางคืน มีประวัติของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว หรือเริ่มมีอาการครั้งแรกเมื่อมีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือสงสัยจะเกิดจากสาเหตุอื่น หรือให้ยาบรรเทาไม่ได้ผล แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม (เช่น การใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารและ/หรือลำไส้ใหญ่) เพื่อหาสาเหตุ ถ้าตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ก็จะให้การรักษาแบบโรคลำไส้แปรปรวน

ผลการรักษา มักมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง การรักษาเพียงช่วยบรรเทาอาการ และช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้เป็นปกติ


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการท้องเดิน ท้องผูก ปวดท้อง หรือ ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็น ๆ หาย ๆ บ่อย ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคลำไส้แปรปรวน ควรดูแลรักษา และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ
    ผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีความเครียดเป็นเหตุกำเริบ เช่น ฝึกโยคะ รำมวยจีน ฝึกสมาธิ สวดมนต์ ทำงานอดิเรก เป็นต้น

    หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นเหตุกำเริบ (เช่น นม อาหารรสเผ็ด อาหารมัน ถั่วต่าง ๆ อะโวคาโด เบอร์รี แอลกอฮอล์ ชา กาแฟ น้ำหวาน น้ำผึ้ง น้ำโซดา น้ำอัดลม เป็นต้น) กินอาหารช้า ๆ กินอาหารพออิ่ม หรือมื้อละน้อยแต่บ่อยขึ้น กินอาหารให้ตรงเวลาทุกวัน (อย่ากินเลยเวลามื้ออาหารหรืองดกินอาหารบางมื้อ)
    หลีกเลี่ยงยาที่มีผลให้เกิดอาการท้องผูกหรือท้องเดิน
    ในช่วงที่มีอาการท้องผูกกำเริบ ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ วันละประมาณ 8-12 แก้ว (2-3 ลิตร) และกินอาหารที่มีกากใยสูง (ผัก ผลไม้ ธัญพืช) ให้มาก ๆ
    ในช่วงที่มีอาการท้องเดินกำเริบ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และงดอาหารที่มีกากใยสูง อาหารรสเผ็ด ชา กาแฟ แอลกอฮอล์

ควรกลับไปพบแพทย์ ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการปวดท้องรุนแรง
    มีอาการลุกขึ้นถ่ายตอนดึก หรือถ่ายบ่อยทุกวันนานเกิน 1 สัปดาห์
    ถ่ายเป็นมูกมีกลิ่นเหม็น หรือมูกปนเลือด หรือเป็นเลือดสด หรือถ่ายอุจจาระดำ
    มีภาวะซีด
    มีอาการอ่อนเพลีย หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
    มีไข้ร่วมด้วยทุกวัน นานเกิน 1 สัปดาห์
    เริ่มมีอาการครั้งแรกเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา (เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ) ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด
    มีความวิตกกังวล


การป้องกัน

โรคนี้เป็นโรคประจำตัว มักเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง โดยที่สุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี

ควรป้องกันไม่ให้กำเริบบ่อย ด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้โรคกำเริบ โดยหมั่นบันทึกประวัติการกำเริบของโรคว่าเกิดจากสาเหตุใดบ้าง แล้วพยายามหลีกเลี่ยง (งดบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นสาเหตุ) หรือจัดการแก้ไขเสีย (เช่น การจัดการและป้องกันความเครียด)

ข้อแนะนำ

1. ถึงแม้โรคนี้จะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง และไม่มียารักษาโดยเฉพาะหรือให้หายขาด แต่ก็ไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งไม่กลายเป็นมะเร็งหรือโรคร้ายแรงอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง เพียงสร้างความรำคาญหรือความลำบากในการคอยหาห้องน้ำ เวลาเดินทางออกนอกบ้าน หากจำเป็นก็สามารถใช้ยาบรรเทาอาการเป็นครั้งคราว

2. ผู้ที่มีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก หรือท้องเดินเรื้อรัง มักเกิดจากโรคลำไส้แปรปรวนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พึงระวังว่า อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุที่ร้ายแรง เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งมักมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนั้นควรตรวจดูอาการให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ไม่ควรด่วนคิดว่าเป็นโรคลำไส้แปรปรวน

3. ในปัจจุบันยาที่รักษาโรคนี้เป็นเพียงยาที่ใช้บรรเทาอาการชั่วคราว เช่น ยาระบายแก้ท้องผูก ยาแก้ท้องเดิน มีข้อเสียว่าถ้าใช้มาก ก็จะมีผลข้างเคียงให้เกิดอาการตรงกันข้าม เช่น ยาระบายแก้ท้องผูก อาจทำให้มีอาการท้องเดินตามมา ยาแก้ท้องเดิน อาจทำให้มีอาการท้องผูกตามมา ดังนั้นควรเน้นการปรับพฤติกรรมตนเองเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต อาหารการกิน การออกกำลังกาย และการผ่อนคลายความเครียดเป็นหลัก ควรใช้ยาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

14
คอนโดติดรถไฟฟ้า เพลิน เพลิน คอนโดมิเนียม แจ้งวัฒนะ - ปากเกร็ด 4 (Ploen Ploen Condominium Chaengwattana-Pakkred 4)
เริ่มต้น 1.19 ลบ. 

เพลิน เพลิน คอนโดมิเนียม แจ้งวัฒนะ - ปากเกร็ด 4 (Ploen Ploen Condominium Chaengwattana-Pakkred 4)
คอนโดมิเนียม Low rise สูง 8 ชั้นบนทำเลแจ้งวัฒนะ เฟอร์ฯให้ครบเต็มห้อง เพียง 1 นาที จาก MRT เลี่ยงเมืองปากเกร็ด ที่จอดรถมากถึง 70%

 รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ              เพลิน เพลิน คอนโดมิเนียม แจ้งวัฒนะ - ปากเกร็ด 4 (Ploen Ploen Condominium Chaengwattana-Pakkred 4)
 เจ้าของโครงการ         วิถีไทย เรียลเอสเตท
 ราคา                      เริ่มต้น 1.19 ลบ.
 ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.     โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ลักษณะทำเล             คอนโดชานเมือง, คอนโดใกล้ขนส่งสาธารณะ
 ความสูงคอนโด          Low Rise (ไม่เกิน 8 ชั้น)
 ลักษณะกรรมสิทธิ์        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ประเภทห้องที่มี          1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน
 ขนาดห้องที่มี            ตั้งแต่ 33.00 ถึง 4.25 ตร.ม.
 เนื้อที่ทั้งหมด             3 งาน 75 ตร.ว.
 จำนวนตึก                 1 อาคาร
 จำนวนชั้น                 8 ชั้น
 จำนวนห้อง              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ที่จอดรถทั้งหมด        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ค่าบำรุงส่วนกลาง       โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค           อื่นๆ (โถงล็อบบี้, ลิฟต์, ระบบคีย์การ์ดเข้าออก, กล้องวงจรปิดรอบบริเวณและทุกชั้น, ระบบแจ้งเหตุอัคคีภัย)

 สถานที่ใกล้เคียง
 โซน       นนทบุรี, บางบัวทอง, บางใหญ่, ปากเกร็ด
 ที่ตั้ง       ซ.เลี่ยงเมืองปากเกร็ด (ซอยสหกรณ์ 9) ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด  ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

 ขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า:          ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีชมพู, สถานี(แคราย - มีนบุรี)(ไม่ระบุ)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
บิ๊กซี ปากเกร็ด
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช
เมืองทองธานี
โรงพยาบาลเวิล์ดเมดิคอล
เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
เชื่อมต่อถนนหลายสาย เช่น ถ.แจ้งวัฒนะ ถ.เลี่ยงเมืองปากเกร็ด ถ.ติวานนท์ ถ.สามัคคี

15
จัดฟันบางนา: เผย 4 เคล็ดลับ ป้องกันปัญหาสุขภาพเหงือก

เชื่อว่าหลายๆคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัญหาสุขภาพเหงือก เป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ควรนิ่งเฉยปล่อยไว้หากว่ากำลังเป็นโรคเกี่ยวกับเหงือก เนื่องจากว่าโรคต่างๆเกี่ยวกับเหงือก มักจะส่งผลเสียที่รุนแรงและลุกลามได้รวดเร็วหากไม่ได้รับการรักษา โดยปกแล้วปัญหาสุขภาพเหงือกมักจะเกิดขึ้นจากการที่มีเชื้อแบคทีเรียในช่องปากมาสะสมจนกลายเป็นคราบ โดยคราบเชื้อโรคเหล่านี้มักจะเกาะบนเหงือกและฟัน ซึ่งหากว่าไม่รีบรักษาหรือดูแลให้ดี เหงือกและฟันของคุณอาจตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงได้

แต่เหตุใดทำไมเราถึงต้องรอให้เป็นก่อน ซึ่งวันนี้ผู้รอบรู้เรื่องทันตกรรม จะขอพาคุณผู้อ่านมารู้จักเคล็ดลับ วิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพเหงือก ซึ่งมีวิธีดังต่อไปนี้
.
เคล็ดลับป้องกันปัญหาสุขภาพเหงือก !

1.    ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของคุณ

อย่างที่ทราบกันดี โดยส่วนใหญ่สุขภาพเหงือกและฟันจะมีปัญหามักเกิดจากการที่เรานั้นละเลยการดูแลรักษาความสะอาดของช่องปาก หากว่าสังเกตเห็นต้นเหตุของโรคเหงือก หรือว่าเป็นโรคเหงือกในระยะเริ่มต้น ทางที่ดีที่สุดคือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลความสะอาดช่องปาก โดยพยายามแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหารหรือของว่าง ใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังจากที่แปรงฟันเสร็จ และควรบ้วนน้ำด้วยน้ำยาบ้วนปากสตรูแอนตี้แบคทีเรียหลังใช้ไหมขัดฟันวันละ 2 ครั้ง ก็จะสามารถช่วยป้องกัน หรือกำจัดปัญหาสุขภาพเหงือกเบื้อต้นได้

2.    ทำความสะอาดช่องปากทุกซอกมุม

หากว่าทำตามข้อหนึ่งที่กล่าวมาได้แล้วอย่างเคร่งครัด หรือมั่นใจมากแล้วว่าดูแลสุขภาพช่องปากเป็นอย่างดี แต่เหตุใดปัญหาสุขภาพเหงือกถึงยังมีอยู่ เชื่อว่าหลายๆคนสงสัย อาจเนื่องมาจากว่าดูแลความสะอาดช้าเกินไป ทำให้คราบเศษอาหาร หรือเชื้อโรคต่างๆ สะสมเกาะแน่นจนกลายเป็นคราบหินปูนที่แข็งเกินกว่าจะทำความสะอาดเองได้นั่นเอง ซึ่งคราบหินปูนเหล่านี้ก็เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นให้เหงือกและฟันมีปัญหาได้ด้วยเช่นกัน ทางที่ดีหากว่าพบคราบหินปูน ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการกำจัดซะ เพียงเท่านี้ปัญหาสุขภาพเหงือกและฟันที่ยากจะดูแลรักษาก็จะหายไปได้อย่างรวดเร็ว


3.    เสริมสร้างการรักษาด้วยยา

หากว่าทำตามที่ผ่านมาแล้ว คุณยังเจอกับปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเหงือกและฟันอยู่ อาจจะมีสัญญาณเลือดออกตามไรฟันในขณะแปรงฟัน หรือเหงือกมีอาการบวมแดง สิ่งที่ต้องทำนอกจากรักษาความสะอาดเหมือนเดิมคือ รีบเข้าพบทันตแพทย์ เพื่อไม่ให้ปัญหากระจายตัวไปในส่วนอื่นๆ ซึ่งทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการวินิจฉัยอย่างละเอียด และเลือกรักษาตามอาการที่กำลังเป็นอยู่ โดยจะมีตั้งแต่ เจลเฉพาะจุด ที่จะให้คุณนำไปทาในช่องว่างระหว่างเหงือกและฟันที่มีอาการหรือสัญญาณเตือน ไปจนถึงน้ำยาบ้วนปากที่ทางทันตแพทย์แนะนำเป็นพิเศษ


4.    ให้มืออาชีพจัดการ

ข้อนี้ถือว่าเป็นไม้สุดท้ายในการจัดการป้องกันเหงือกที่กำลังจะติดเชื้อ หรือว่าได้ติดเชื้อแล้ว โดยหากว่ามีสัญญาณเกี่ยวกับเหงือก หรือมีอาการปวดบวม อย่างนิ่งนอนใจเด็ดขาด คุณควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อให้ทำการวินิจฉัย และแก้ปัญหาทีละขั้นตอน ไปทีละจุด อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดูแลจากทันตแพทย์อย่างใกล้ชิด การเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำอย่างเคร่งครัดจึงถือได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพราะบางปัญหาเราอาจจะรู้เมื่อสายไปเสียแล้ว

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นการจัดการกับโรคร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นกับเหงือกและฟันเบื้อต้น ซึ่งคุณสามารถอ่านแล้วลองนำไปใช้ได้ แต่สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการดูแลความสะอาดช่องปากอย่างเคร่งครัด สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คนส่วนใหญ่มักละเลยนั่นก็คือ การเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน เป็นอย่างน้อย ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะเลือกไปพบทันตแพทย์เมื่อเกิดโรครุนแรงจนทนไม่ได้ หากไปช้า บางทีอาจจะสายเกินการแก้ไข อาจจะทำให้คุณต้องสูญเสียฟันแท้ไปอย่างถาวร

แม้เพียงปัญหาเล็กๆน้อยๆ หากสังเกตเห็นควรพบทันตแพทย์โดยด่วน นอกจากจะเป็นการรักษาความปลอดภัยแล้ว หากว่าโรคร้ายต่างๆเป็นแค่ขั้นเริ่มต้นก็จะสามารถรักษาได้ง่ายและไม่สิ้นเปลืองนั่นเอง

หน้า: [1] 2 3 ... 42